วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การละเล่นของฝูงชนในตลาดหุ้น



การละเล่นของฝูงชนในตลาดหุ้น

ในช่วงครึ่งปี 2014 นั้น โดยปกติส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่เข้าห้างศูนย์การค้าเป็นประจำ ส่วนใหญ่เมื่อเข้าห้างแล้วจะเข้าไปเดินใน ร้านหนังสือ ส่วนใหญ่คนจะเข้าร้าน kino กัน ผมจะมาสำรวจตลาดหนังสือการลงทุนเป็นประจำสังเกตได้ว่าช่วงนี้หนังสือขายดีขึ้นวันหนึ่งต้องขายได้อย่างน้อย 2-3 เล่มหนังสือวางตามชั้นหายไปอย่างรวดเร็วในเวลา 1 สัปดาห์ และเริ่มมีคนพูดถึงหุ้นมากขึ้นและมีการชักชวนทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น รวมไปถึงมีการจัดการสัมมนาหุ้นมีมากขึ่นพุดเยอะมาก ซึ่งมันการละเล่นในตลาดหุ้นของฝูงชน
 สิ่งที่ผมจะพูด คือในช่วงครึ่งปี 2014 นี้ เริ่มคนเข้าตลาดมากเกินไป และ ภาพตอนหุ้นตกช่วงมีการเมืองก็หายไปราคาหุ้นก็ไม่ได้ถูก ค่อนข้างแพงแล้ว ใครจะชื้อส่วนใหญ่เข้ามาเก็งกำไรกันหวังจะชื้อแพงขายแพงกว่า และ มือใหม่ส่วนใหญ่ cut loss กันไม่เป็นติดดอยแล้วมาถามว่าทำไงดี สิ่งทำคือต้องเข้าใจก่อนว่า เงินง่ายๆไม่มีในโลกนี้ไม่งั้นทำไมเราไม่รวยกันหมดแล้วล่ะคนเราไม่ค่อยนึกถึงกัน พอหุ้นขึ้นอยากเข้ากัน เนื่องจากติดใจกันเหมือนยาเสพติดอยากได้กำไรกันนิดหน่อยก็ยังดีตอนออก ออกกันทันบางไม่ทันบางบางคนทำงานประชุมอยู่ซื้อขายหุ้นก็ไม่ได้ทำไงดี
ก่อนอื่นผมแนะนำว่าควรถามตัวเองก่อนว่าชื้อหุ้นเพราะอะไร ถ้าคุณซื้อหุ้นมาเพราะว่า ได้ข่าว เพื่อนแนะนำ หุ้นในกระแส หรือ ซื้อเพราะหวังที่จะขึ้นต่อไปขายในราคาที่แพงกว่านั้น ผมขอบอกเลยนะว่า อย่ามาเล่นหุ้นเลย การเป็นนักลงทุนไม่ง่ายนัก สิ่งที่สำคัญคือความรู้ ไม่ใช่การเล่นมั่วๆเหมือนบ่อนการพนัน เหมือนคุณอยู่ในสนามรบ และ บอกว่าจะขอเข้าไปในป่า กินเหล้านอนหลับอย่างสบายรับรองครับคู่ต่อสู้ฟันเละแน่กลับมาตายสถานเดี่ยว

เชื่อไหมครับตอนหุ้นตกเยอะๆ ไม่มีคนเข้า สัมมนาหุ้นก็ไม่มี  คนที่มาชักชวนทำธุรกิจหายหมด เอ๋ทำไม เกิดอะไรขึ้นงานสัมมนาหุ้นที่จัดขึ้นคนเข้าน้อยลงไม่แนน แต่พอตอนหุ้นขึ้นแรงแบบจัดๆ เข้ามากันเยอะมาก สัมมนาหุ้นจัดกันเยอะมากหลายคนชอบบอกว่าตัวเองเป็น VI ซึ่งมาเข้าและมาเป็น VI ตอน SET INDEX ไป 1500 จุด คือ ผมบอกกันตรงๆ เลยนะครับทำไมเป็น VI เป็น VI ตอน SET INDEX 1500 ทำไมตอน 500 800 1100  เราไม่เป็น VI เชื่อไหมตอน 500 เทวดามาพูดก็ไม่ฟังเพราะหุ้นตกคนไม่อยากเข้ากลัวขาดทุน และ ผมอยากบอกว่าด้วยว่าอย่ามานั่งเดาว่าหุ้นจะไปกี่จุด ไปเท่านั้นเท่านี้ เพราะถ้าเดาได้จริงรวยกันไปหมดแล้ว ปากกาเชียนหักก็มีอยู่หลายครั้ง มีหลายโบรค์ออกมาบอกจะไปเท่านั้น เท่านี้ อย่าเชื่อครับ พวกนี้เขาแค่ดูเศรษฐกิจ เงินไหลเข้าออกเท่าไร แค่นั้นเอง

ช่วงต้นปี 2014 การเมืองยืดเยื้อยาวนาน ต่างชาติ ขายทุกวันหุ้นลงทุกวันบางช่วง ลงไปถึง 1250 จุด บางคนบอกว่าลงไป 1100 จุดโบรกทุกโปรกบอกว่าให้ขายเถอะลดพอรต์ขายหุ้นทิ้ง เชื่อไหมครับ พอหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ หุ้นขึ้นมา 1280 1300 จุด แล้วจะสมมุติที่ขายไปคือขายไปเพื่ออะไร แล้วพอมาถึง ช่วงหุ้นขึ้นก็บอกว่าไปเท่านั้นเท่านี้และหุ้นก็ลง แล้วมาบอกว่าแค่พักฐานไปต่อแน่นอนแล้วมันก็ไม่ไปต่อ ผู้จัดการกองทุนบางกองก็ไม่เก่งคนที่ลงกองทุนผมอยากจะให้คิดก่อนลงทุนในกองทุนนะครับ เนื่องจากเราเอาเงินไปให้เขาบริหารไม่ใช้เอาไปลดหย่อยภาษีอย่างเดี่ยวเท่า เช่น ลงทุนใน SET 50 หรือ SET 100ถามจริงลงไปทำไมครับ สู้เอาไปลง TDEX ไม่ดีกว่าเหรอ แถมทุกปีเราต้องจ่ายเงินให้ผู้จัดการกองทุนด้วย การที่ช่วงหลังของปี 2014 นั้นคนเข้ามาเยอะ หนังสือหุ้นขายดี จนมากกว่าผิดปกติ ซึ่ง หมายถึง ตลาดมันบวมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วพอตลาดก็จะเหวียงแรงมาก แล้วการลงทุนจะยากมาก แล้วตอนที่ตลาดบวมมากๆมักจะเกิดตอนที่ตลาดบูมจัดมากๆ และ คนเข้าเยอะเนื่องจากหุ้นขึ้น rally มาเยอะมาก ถึงบวม ถ้าแล้วถ้าบวมจนแม่ค้าขายของนั้นบอกว่าชื้อหุ้นผมแนะนำว่าให้ขายหรือถือหุ้นไว้อย่าชื้อเพิ่มแล้วถ้าตลาดบวมนั้นจะมีบางอย่างเกิดขึ้นเวลาตกนั้นจะตกแรงมาก และจะมีโอกาสขาดทุนเยอะมาก เนื่องจากจะคนนั้น panic sell และ บวกกับการทำกำไรของนักลงทุนบางคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้
  
ช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2014 ก็เอาอีกรอบหนึ่งคือประเทศอาเจนติน่าผิดนัดชำระหนี้ หรือ default มาพร้อมกับ ข่าวร้ายคือ เงินเฟ้อของกลุ่ม Euro นั้นมีแนวโน้มว่าจะลดลงจนกลายเป็นเงินผิด ตลาดหุ้นก็เท่ ตกกันแบบกระหน่ำ Summer Sale คนที่มีหุ้นนั้นส่วนใหญ่ถ้าเป็นนักเก็งกำไรหรือมือใหม่จะขายก่อน แต่จะใช้ common sense ดูนั้น เอ๋ บริษัทเองก็ยังมีกำไรลูกคาเข้าต่อเนื่องก็ไม่จำเป็นต้องขาย จริงไหมครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น