Asset หรือ สินทรัพย์
ก่อนอื่นที่เราจะลงทุนนั้นเราต้องเข้าใจว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงแต่เราเองสามารถจำกัดและควบคุมความเสี่ยงด้วยการศึกษาและเข้าใจสินทรัพย์แต่ละประเภทว่ามีอะไรบ้างก่อนการลงทุนเนื่องจากการลงทุนแต่ล่ะสินทรัพย์ไม่เท่ากันบางสินทรัพย์มีราคาพื้นฐานของมันแต่บางตัวก็ไม่มี
เอ๋ แปลกไหมครับ ไม่มีราคาพื้นฐาน
แล้วราคาที่เราซื้อขายกันอยู่ราคานี่มันมาได้ยังไงกัน มันมาจากการเก็งกำไรครับ
ซึ่งจะพูดแบบให้รู้กันไปเลยครับว่ามันเป็นยังไง มาทำความรู้จักกับสินทรัพย์แต่ล่ะตัวกันดีกว่า
1
เงินฝาก
เป็นการลงทุนในการฝากเงินกับสถาบันการเงินและการให้ดอกเบี้ยตามปกติ
ในสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำนั้นจะทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากเข้าใกล้ 0% มากขึ้น
บางประเทศใช้ดอกเบี้ยติดลบก็มี (ช่วงกลางปี 2014 ECB ใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ)
2 กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากในระดับหนึ่ง
ซึ่งเงินที่ลงในกองทุนรวมนั้นจะเอาไปลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาล
อายุไม่เงิน 180 รวมไปถึงการปล่อยกู้ของ
interbank ด้วย
3 ตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาล เป็นการลงทุนในลักษณะการเป็นเจ้าหนี้
โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดโดยทั่วไปจะระบุไว้ในตราสารหนี้อย่างขัดเจน
ซึ่งผู้ออกตราสารหนี้นนั้นส่วนใหญ่จะเป็น บริษัทเอกชน แบงค์หรือรัฐบาล
ราคาของตราสารนั้นจะขึ้นลงตามสภาวะดอกเบี้ย ถ้าดอกเบี้ยนในประเทศตำก็จะทำให้
ราคาของ ตราสารหนี้นั้นสูงขึ้นในทางกลับกัน
ถ้าในประเทศดอกเบี้นสูง ราคาของตราสารหนี้จะตำ เช่นกัน
4 ตราสารทุนหรือหุ้น เป็นการลงทุนในลักษณะการเป็นเจ้าของโดยคนที่ถือครองตราสารนี้จะเรียกว่าผู้ถือหุ้น
ซึ่งสามารถมีสิทธ์เทียบเท่ากันเจ้าของบริษัทและมีโอกาสได้รับเงินปันผลเมื่อบริษัทมีกำไรหรือได้รับส่วนต่างเมือทำการขายออกไปเมือราคาปรับสูงขึ้น
แต่ตราสารทุนหรือหุ้นนั้นจะมีความผันผวนสูงมาก
ซึ่งอาจจะทำให้บางคนนั้นสามารถขาดทุนได้
5 สินค้าโภคภัณฑ์
เป็นกลุ่มสินทรัพย์เพื่อการลงทุนประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเป็นวัตถุดิบต่างๆ
ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตสินค้าและบริการสำหรับการอุปโภคบริโภคได้ทองคำ นำมัน ซึ่งสินทรัพย์พวกนี้ใช้การเก็งกำไรส่วนใหญ่
ทองคำนั้นส่วนใหญ่ใช้ในการ Hedge
เงินเฟ้อ คือ ถ้าเงินเฟ้อเกิดขึ่นมาก ทองคำนั้นจะใช้ในการรักษามูลค่าไม่ให้ลดลงไปเมือเงินเฟ้อมา
นำมันและอื่นๆใช้ในการเก็งกำไรจากส่วนต่างเท่านั้น
สินทรัพย์แต่ล่ะตัวนั้นล้วนแต่มีมูลค่าในตัวมันเอง
ยกเว้น สินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งไม่มีราคาพื้นฐานที่แท้จริง
ไม่สามารถวัดได้ ราคาที่เราซึ่งขายกันนั้นมาจากการเก็งกำไรล้วนๆทั้งสิ้น
ถ้าใครจำได้ตอนที่ทองขึ้นมาเยอะๆทุกคนแห่กันไปซื้อทองคำ ถามจริงเถอะ
ซื้อกันเข้าไปได้ยัง เราเป็นธนาคารเหรอทำไมถือทองคำกันมากมายขนาดนั้น
แต่สภาวะตอนนั้นคือทุกคนติดใจเหมือนยาเสพติด กำไรกันทั่วหน้า
แต่พอตกลงมาก็หนีกันไม่ทัน แต่ หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้
นั้นมีมูลค่าที่แท้จริงอยู่แล้ว
ถ้าเป็นหุ้นจะสามารถวัดได้จากมูลค่าของกิจการในบริษัท พันธบัตรและหุ้นกู้ก็สามารถวัดจากมูลค่าหน้าตั๋ว
ในตลาดการเงินยังมีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ
Derivative หรือ
สัญญาการชื่อขายตามตลาดโดยจะแบ่งสัญญาออกเป็น 4 แบบ คือ Forward,
Future, Option, Swap สิ่งเราให้ตวามสนใจคือ Future ครับ เนื่องจากตลาดการเงินนั้นจะให้วางเงินหลักประกัน 10% ของราคาสินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้นการได้กำไรหรือขาดทุนเหมือนลง 100%
พูดง่ายๆคือ 1:10 แล้วถ้าในตลาด FX หรือ Currency Exchange อัตราส่วน 1:100 ครับ โหดมากกว่าเดิมอีก ถ้าค่าเงินขึ้นลง 1%
มีโอกาสที่จะกำรือขาดทุน 100% เช่นกัน ความจริงแล้วเนี่ย Derivative ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงและสามารถทำกำไรได้จากขาขึ้นและลงในกรณีที่เรามีสินทรัพย์อยู่แล้วไม่อยากขายและราคานั้นได้ขึ่นไปเรื่อยๆ
เราก็ไปชื้อสัญญาขาขึ้นในกรณีเดียวกันถ้าราคาลดลงลงแล้วเราไม่อยากขายเราก็สามารถชื้อสัญญาขาลงได้เช่นกัน
แต่คนส่วนใหญ่เอาไปเก็งกำไรแบบรายวันซึ่งสุดท้ายก้เจ็งอยู่ดี
เนื่องจากตลาดนั้นเราไม่สามารถเดาได้เลยว่าขึ้นหรือลงและต้องมาเดาทุกวันเพราะเล่นเก็งกำไรรายวันแบบนี้เจ็งแน่นอนครับถ้าเราสามารถเดาได้ว่าวันนี้ตลาดขึ้นหรือลง
คงไม้ต้องนั่งทำงานล่ะครับไปเล่นหุ้นดีกว่า
การลงทุนที่ถูกต้องนั้นเราต้องเข้าใจถึงสินทรัพย์เพื่อเราจะได้ปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมได้
และ เราสามารถ
จำกัดความเสี่ยงการขาดทุนได้ด้วยเนื่องจากการที่เราเข้าใจว่ามันคืออะไรมันทำอะไรได้จะทำให้เราเองนั้น
อาจจะลงทุนสิ่งที่เหมาะกับเราและอาจจะให้เราประสบความสำเร็จด้านการลงทุนได้
เชื่อไหมครับว่าผมเองนั้นไม่ถือทองคำไว้ใน port ผมเลยเพราะผมไม่ชอบและเสี่ยงกับ Asset ที่ไม่มีมูลค่าพื้นฐานที่แท้จริง
แต่ผมชอบหุ้นมากกว่าโดยเฉพาะหุ้นพื้นฐานดีและมันสามารถตีมูลค่าจากกิจการได้ ผ่านมา
5 ปี ผมกำไรแต่ผมยังไม่ขาย เอ๋ ชื้อแล้วไม่ขายจะได้เงินกันยังไงกำไรมาจากไหน
กำไรผมมาจากปันผลครับ หุ้นที่ผมถือมีปันผลครับเลือกหุ้นให้ปันผลสูง ซึ่งปันผลคือ Cash
Flow ที่ผมได้ทุกปีโดยไม่ต้องทำอะไรเลยแค่ถือหุ้นเฉยๆ ขณะเดียวถ้าผมถือทองผมแทบไม่ได้กำไรเลยถ้าถือยาวและต้องมานั่งจับจังหวะเข้าและออก
cash flow ผมก็ไม่มี
เห็นไหมครับแค่เลือกให้ถูกต้องก็กำไรได้แล้ว