วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

Other People Money

OPM => Other People Money

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการพูดถึง OPM หรือ Other People Money และถูกใช้ในวงการขายตรงเป็นอย่างมาก ว่าสามารถทำเงินได้จากเงินของคนอื่นและสร้างอิสรภาพด้านการเงินได้ ผมเลยอยากมาแชร์ให้ฟังว่า OPM นั้นจริงๆ แล้วมันคืออะไร

OPM นั้นผมเองก็เคยเห็นอยู่ในหนังสือพ่อรวยสอนลูกที่อ้างหนังสือเล่มนนี้เพราะขายดีและคนเขียนดันล้มละลายชะเอง สาเหตุที่ล้มเนื่องจากตัวเองประมาณและลงทุนเกินกว่ากำลังของตัวเอง หรือ OverTrade สุดท้ายก็จบและไม่มาออกสืออีกเลย

OPM ความมันก็ตรงๆเลยครับคือรวยได้ด้วยเงินของคนอื่นนั้นเอง แต่การที่เราจะรวยด้วยเงินของคนอื่นนั้นต้องเข้าใจแหล่งที่มาของเงินก่อนนั้นว่ามาจากอะไรได้บาง ใครที่ไปฟังขายตรงส่วนใหญ่ก็จะบอกว่ากู้เงินจาก Bank ไงแต่การกู้ Bank นั้นไม่ได้เป็นคำตอบเดียว ถ้าคุณกู้ Bank ไปทำธุรกิจ และ ธุรกิจไปรอดก็ดีไป แล้ว ถ้าไปไม่รอดล่ะ โดยระบบทุนนิยมแล้ว เงินนั้นจะต้องหายากไม่ว่าโดยทาง ทฤษฎี และปฎิบัติ

คนบางคนอาจจะสับสนระหว่าง OPM กับ การ Leverage OPM นั้นจะเป็นการเอาเงินไปลงทุนต่อในรูปแบบต่างๆแต่การ Leverage นั้นจะเป็นกู้เหมือนครับแต่ต้องวางเงินหลักประกัน 10% และ มันต้องจ่ายค่าพรีเมียมอีกต่างหาก พร้อมเงินต้นในการจ่ายคืน การ Leverage นั้นผมถือว่าอันตรายมากมันสามารถทำให้คุณนั้นล้มละลายไปถ้าคุณไม่รู้จักการประเมิณความสามารถของคุณเอง มี 100 ล้านก็หมด 100 ล้านนะครับ


เงินจาก OPM นั้นแบ่งเป็น 3 ทางได้ดังนี้ครับ
  1.  เงินจากแหล่งเงินกู้ทั้งหลายแหละ (อันนี้หลายคนคงรู้ดี)
  2.  เงินจากการ Joint Venture และ Venture Capital หรือ หารเข้าไปร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นนั้นเอง
  3. เงินปันผลและดอกเบี้ยต่าง
ในบทความนี้จะมีชีช่องทางในแบบที่สามกันซึ่งเป็นแบบที่ทุกคนนั้นมองข้ามไป เพราะในแบบที่ 1 และ 2 นั้นจำเป็นต้องใช้เงินเยอะและเสี่ยงเยอะ และ ได้ผลตอบแทนมากเช่นกัน ถ้าสำเร็จ แต่ในแบบที่ 3 นั้นคนธรรมดาอย่างเราสามารถทำได้ บางอาจจะบอกว่าได้น้อย แต่ก็การเริ่มต้นนั้นต้องมีก้าวแรกเสมอและจะลำบากมากเนื่องจากบางคนอาจจะยังไม่เคยทำ  เชื่อไหมครับว่าผมเองนั้นปันผลหุ้นปีแรกนั้นได้มาแค่ 54 บาทฟังไม่ผิดจริงๆ 54 บาท พอผมลงทุนมากสัก 2 ปี มันก็เพิ่มขึ้นเป็นหลักพันบาท ผมลงทุนมาแล้ว 5 ปี ปันผลก็เริ่มมาก  แล้วผมเอาเงินไปลงทุนชื้อหุ้นบางตัวต่ออีก ค่อยๆซื้อเก็บไปครับและหุ้นที่เราชื้อนั้นก็ไม่มีต้นทุนเนื่องจากเราเองเอามาซื้อหุ้นแล้ว ถ้าหุ้นนั้นปันผลอีกเราก็มีปันผลเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเอาเงินตัวเองชื้อเลย

เห็นไหมครับว่าง่ายมากแค่ไหนแต่ผมก็เชื่ออีกครับว่ามีแค่ไม่กี่คนหรอกครับที่ทำได้ เนื่องจากเราต้องทนกับอารมณ์ของตลาด และราคาที่เหวี่ยงไปมา แต่ความสำเร็จนั้นไม่ได้มาโดยง่าย เพราะถ้าง่าย มันก็จะผิดแปลกจาก ธรรมชาติ อะไรที่ง่ายเกินไปมักจะทำให้เรานั้นขาดทุนเสมอ