วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การลงทุนกับทองคำ



การลงทุนกับทองคำ

                ทองคำนั้นถือว่าเป็นสินทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่สามารถลงทุนได้ การลงทุนในทองคำนั้นเป็นการลงทุนในลักษณะการเก็งกำไรสักส่วนใหญ่การซื้อขายนั้นสามารถชื้อขายได้ทั้งทองคำจริงๆ และ Gold Future ซึ่ง สํญญาของ Gold Future นั้นสามารถเล่นได้ทั้งขาขึ้นและลงในรูปแบบสัญญา Short กับ Long ซึ่งสัญญา short นั้นจะใช้การทำกำไรในขณะที่ทองนั้นเป็นขาลง ส่วน long นั้นสามารถทำกำไรขาขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีในการใช้ Gold Future           



ในช่วงปี 2008 – 2014 เป็นช่วงที่ราคาทองคำนั้นมีราคาฝันผวนค่อนข้างมาก ซึ่งแบ่งสองช่วงใหญ่ๆคือช่วงปี 2008 ถึงกลางปี 2011 และ ปี กลางปี 2011 – 2014 ช่วงแรกที่ราคาทองขึ้นมามากนั้นสาเหตุมาจากการการทำนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐซึ่งเป็นการพิมพ์เงินออกมาแล้วเอาไปซื้อสินทรัพย์รวมไปถึงธนบัตรรัฐบาลด้วยเพื่อกดดอกเบี้ยให้ต่ำให้เข้าใกล้ 0%มากที่สุดเมื่อค่าเงินสกุล Dollar อ่อนนั้นจะทำให้ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นประกอบกับมีความกลัวในเรื่องของเงินเฟ้อเนื่องจากปริมาณเงินที่พิมพ์ออกมามีปริมาณจำนวนมาก จากนั้นช่วงที่สองเป็นขาลงคนแรกที่ขายออกมาคือ จอร์ด โซรอส โยที่เขาบอกว่าทองคำไม่ใช่ Safe Haven อีกต่อไปแล้วราคาก็ไหลลงไปเรื่อยๆ แล้วไป Low ที่ 1150 จากนนั้นราคาดีดกลับขึ้นมาถามว่าทำไมราคาลงได้ขนาดนี้เกิดจาก
1.       เงินเฟ้อจาก QE ที่ว่าจะมาก็ไม่มาแล้ว
2.       เศรษฐสหรัฐเริ่มดีขึ้น เงิน Dollar สหรัฐนั้นเริ่มแข็งค่า และ ทองคำเริ่มตกลง
3.       ประเทศอื่น เช่น EU และ ญี่ปุ่น ก็ยังใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินอยู่ เงิน Dollar ก็เลยแข็งค่ามากไปอีก
4.       ธนาคารกลางสหรัฐได้ยกเลิกมาตรการ QE
5.       การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
6.       ราคาทองคำนั้นได้เป็น Bubble ไปแล้วเมื่อปี 2011
7.       ต่อจากข้อที่ 7 สินทรัพย์ตัวไหนเป็นฟองสบู่ไปแล้วถือว่าจบรอบแล้ว ให้รอไปเลยอีก 5-10 ปี




                ถ้าใครลองสังเกตดูดีจะพบว่าปี 2010 – 2011 นั้นราคาขึ้นมาเยอะมาก และ ราคาไปสูงมากจำได้ว่ามีคนบอกว่าจะไป 2000 USD/Oz ดูจากเหตุผลทุกข้อแล้วก็มีเหตุผลว่าขึ้นต่อ ตอนนั้นราคาแพงมากเป็นฟองสบู่มาก ทุกคน ( ย่ำว่าทุกคนจริงๆ ) แห่กันไปซื้อทองเก็บไว้เพื่อเก็งกำไรสุดท้ายประธานธนาคารกลางสหรัฐบอกว่าจะยกเลิก QE เท่านั้นแหละครับลงแบบตกเหว แล้วพอมาเดือนตุลาคม 2012 ลงแบบตกเหวรอบสอง คราวนี้แหละลงแรงลงจริง ซึ่งผมถือว่าจบรอบแล้ว
                ถ้าชึ้นดอกเบี้ยเงินก็จะไหลกลับไปสหรัฐเนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมนั้นจะสูงขึ้นด้วย ทำให้การเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อ ให้มีเงินสดอยู่จะได้เอาเงินไปใช้ในการกู้ยืมมา สินทรัย์เสี่ยงแรกๆที่จะขายคือหุ้น และ ทองคำ ตลาดหุ้นในตลาดเกิดใหม่นั้นเงินไหลออกอย่างต่อเนื่องตอนกลางปี 2013 นั้นเป็นสาเหตุว่าทำไมทองคำถึงลงและทองคำนั้นนักลงทุนทุกทั่วโลกสามารถซื้อขายได้ราคาทองถึงได้มี Impact ที่แรงมากเนื่องจากหลายคนทั่วโลกไปแห่ขายทองคำไปแล้ว ทำให้คนขาดทุนกันไปหลายคน
               

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มือใหม่ในตลาด



มือใหม่ในตลาด

                มือใหม่ในตลาด บทความนี้เขียนขึ้นมาเนื่องจากช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นจะมีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามามากมายและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในช่วงหุ้นตกก็หายไปกันเยอะเช่นกัน การที่มือใหม่เข้านตลาดเยอะขึ้นเรื่อยๆ นั้นตลาดนั้นกำลังบอกอะไรกับเรา  ตลาดกำลังจะบอกเราว่าตลาดนั้นกำลังเข้าสู่สภาวะ overbought หรือมากเกินไปหรือเปล่าและจะจบด้วยการปรับฐานลงอย่างรุนแรงและทำให้หลายคนนั้นขาดทุนไปตามๆกัน และ ติดหุ้นกันเหรอ

                การลงทุนแบบ VI นั้นถูกใช้กันมากแพร่หลาย แต่ชักกี่คนที่เข้าใจมัน บางคนบอกมี Website ชื่อดังแห่งหนึ่งทำ score และเส้น train  line  ถ้าต่ำกว่าให้ซื้อ ถ้าสูงกว่าให้ขาย  website นั้นใช้การวิเคราะห์ ปัจจัย พื้นฐานได้ด้วย ผมขอถามหน่อยครับว่า มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่เคยเอะใจบางเหรอว่าของฟรีมีในโลกนี้ด้วยเหรอ การที่คุณจะเป็น VI นั้นคุณต้องเข้ากิจการอย่างถึงแก่นเลยว่า หากินยังไง เข้าใจ ความเสี่ยงมีไหม แนวโน้มเป็นยังไง และ รู้ว่ากำไรมาจากไหน ไม่ใช้ว่า website นั้นบอกว่าการเส้นนั้นมาจากการคำนวณหุ้นแบบ Warren Buffett และก็เชื่อตามเขาไปลงทุนชื้อขายแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่เข้าใจตัวธุรกิจเลยถือว่าเป็นความผิดอย่างร้ายแรง

                ตอนนั้นมีช่วงหนึ่งกุ้งเป็นโรค บริษัทที่ทำฟาร์มก็พลอยกำไรหายหุ้นตกมาแรงมาก บางบริษัทกำไรหายไป 70% ผมถามหน่อยครับว่าคุณว่าถ้าราคาจาก 31 เหลือ 20 ทนได้ไหม สมมุติคุณชื้อ 31 บาท นั้นราคาก็อยู่ใต้เส้น trade line แล้วนะแต่ทำไมราคายังลงต่อเนื่องทุกวัน หมายความว่า ถูกแล้วยังมีถูกได้อีกและกำไรยังลดลงแถมโรคนี้เป็นโรคใหม่ยังไม่การรักษาด้วยอย่างมากแค่ประครองอาการไปก่อนเท่านั้นเอง ดูจากเหตุผลแล้วไม่ดีเลย แล้วคุณยังเชื่อ web นั้นอีกไหม





ประกอบกับช่วงตลาดเป็นขาขึ้นด้วยมือใหม่หลายคนเข้ามาก็ได้กำไรบางคนก็บอกว่าชื้อเก็บไว้คล้ายกับ VI มาเก็บตอน SET INDEX 1560-1600 ก็จะเข้าประโยคเดิมที่ผมพูดอีกคือ ทำไมต้องมาเป็น VI ตอน 1560 ทำไมตอน 800 1050 1200 เราไม่เป็น VI เชื่อไหมตอน 800 เอาเทวดามาพูดก็ไม่มีใครฟัง VI หรือ ไม่ VI ต่างตรงนี้ ผมไม่ว่า Web นั้นผิดหรืออะไร สิ่งที่ผม อยากจะสื่อคือคนเราควรยืนด้วยขาของตัวเราเอง การที่เราไปเอาข้อมูลจากที่อื่นเราเชื่อเลยโดยไม่มีการกรองก่อนนั้นเป็นการลอกกันเท่านั้น เหมือนคุณลอกการบ้านจากคนเก่ง  แล้ว คุณได้อะไรไหม ไม่ได้อะไรนอกจากเงิน กำไรที่ได้

                การที่เราอยู่ในตลาดการเงินการลงทุนได้นั้นต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้และ อารมณ์เป็นหลัก โดยเฉลี่ยแล้วคนที่ลงทุนในตลาดทุนหรือหุ้นจะอยู่ได้แค่อย่างมาก 1 ปีกับ 6 เดือน และจะเป็นคนที่ 90% ของตลาดเสมอมีคนแค่ 10% เท่านั้นที่อยู่ในตลาดได้โดยตลาดหุ้นนั้นมีรอบที่เร็วกว่าตลาดการลงทุนทั่วไปทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นนั้นทำให้คนสามารถรวยเร็วได้ในทางกลับกันก็จนเร็วได้เช่นกัน มือใหม่บางคนเข้าตลาดหุ้นเพียงแค่สามเดือนก็บอกว่าเก่งแล้วตลาดหุ้นหาเงินง่ายชื้อๆขายๆบางคนชื้อเก็บไว้หวังว่าจะเป็น VI แต่มีใครรู้บางว่าการที่คนที่เค้าประสบความสำเร็จนั้นเค้าต้องสู้ต้องทำงานหนักอย่างมากก่อนที่เค้าจะรวยมาจนถึงทุกวันนี้ อย่าง ด.ร นิเวศ นั้นเค้ารวยเพราะ พ่อแม่เค้ามีทรัพย์สมบัติหรือเปล่า ถ้าไปสืบกันจริงๆแล้ว ด.ร นิเวศ นั้นตกงานพร้อมกับเงิน 10 กว่าล้าน ตอนปี 40 วิกฤติการเงินพอดีหางานใหม่ทำก็ไม่ได้ ภรรยา ไม่ได้ทำงาน ลูกก็เรียนนานาชาติ แล้ว ถามว่าเอาเงินที่ไหนส่งล่ะ คิดดูตอนนั้นอายุก็เริ่มมากจะใช้เงิน 10 กว่าล้านยังไงให้พอทั้งชีวิตต้องใช่ชีวิตต่อไปอย่างน้อย 10 – 20 ปีแถมเลี้ยงลูกและภรรยาอีก แล้ว ด.ร นิเวศ นั้นก็เข้าตลาดหุ้นและลงทุนแบบ VI ครั้งแรกเพื่อที่จะได้เงินจากปันผล 10% โดยที่ยอมอดทนสัก 3-5 ปี ประกอบราคาหุ้นที่ถูกมากช่วงนั้นตอนนี้ผ่านมา 17 ปีจากเงิน 10 ล้านกลายเป็น 800 กว่าล้านหรือ 80 เท่าเก่งจริงหรือไม่จริงนั้นให้วัดกันที่ขาลงครับ จุดๆนั้นแหละจะรอดหรือไม่รอดจะเซียนหรือไม่ก็อยู่แค่ตรงนั้นเชื่อไหมครับตอนวิกฤติซับพาร์มนั้น Warren Buffett นั้นได้ซื้อหุ้น Gold Man Sach มูลค่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐช่วงนั้นมีข่าวด้วยว่า Bank ใหญ่ๆ หลายแห่งรวมถึง Goldman sach อาจจะล้มด้วยแล้วทำไมเค้าถึงกล้า เนื่องจากเค้ามีความรู้และคิดต่างจากพวกคนอื่นๆครับ รวมถึงความเชื่อมั่นด้วย Warren Buffett เค้าเชื่อมั่นว่าอเมริกายังไงก็ไม่ล่มและอยู่รอด

                ผมอยากจะฝากถึงมือใหม่ทุกคนนะครับว่าตลาดหุ้นนั้นไม่ง่ายนะครับ ลองคิดดูนะครับว่าเราอยากได้กำไรจากตลาดหุ้นแล้วคนอื่นล่ะเค้าก็อยากกำไรด้วยใช่ไหมครับ แล้วใครล่ะที่จะเสียเงินหรือขาดทุน ทุกคนก็พยายามทำกำไรกันทั้งนั้นไม่แน่นะครับว่าวันหนึ่งเราจะขาดทุนก็ได้ เนื่องจากตลาดหุ้นนั้นมีขึ้นมีลง เนื่องจากบทความนนี้เขียนตอนหุ้นเป็นขาขึ้น  ตอนนี้มือใหม่ก็เยอะมากเข้าในตลาดหุ้นกันหวังรวย และได้รายได้พิเศษจากการเล่นหุ้นหรือถือยาว คนที่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นนั้นต้องทำงานและพยายามหนักมาก คนที่เล่นแล้วบอกว่าชิวๆสบายๆบอกได้เลยครับว่า คนนั้นยังไม่เจอของจริง สิ่งที่ผมสื่อคืออยากจะเตือนมือใหม่หลายๆคน ที่เข้ามาในช่วงนี้ให้ลองฉุดคิดชะนิดหนึ่งว่าตลาดหุ้นแล้วจริงๆมันคืออะไร บ่อนเหรอ หรือ สถานที่สำหรับการลงทุน และ อยากให้นักลงทุนทุกคนนั้นเก่งและอยู่รอดในตลาดหุ้นได้

                ผมเองตอนเป็นมือใหม่ก็ยอมรับเลยว่าขาดทุนแต่หลังจากนั้นก็ทำงานอย่างหนัก อ่านงบการเงิน 56-1 ติดตามข้อมูลข่าวสารของบริษัท แล้วการเล่นหุ้นปั่น หรือ ตามกระแสนั้น เลิกเล่นหมดเลย ให้ ความสำคัญปัจจัยพื้นฐานจนหมด ส่วนหุ้นไหนที่ผมไม่เข้าใจนั้น ผมเองจะไม่เล่นโดยเด็ดขาด เนื่องจากความไม่รู้คือความเสี่ยงรวมกับเคยมีประสบการณ์มาแล้วซึ่งช่วงนั้นถือว่าโชคดีออกมาได้ทั้งๆที่มีกำไร ผมเลยมาลองคิดๆดูว่าถ้าเราไม่โชคดีล่ะจะเป็นไงบ้าง ฝากเอามาเป็นข้อคิดนะครับ