การเลือกธุรกิจและกิจการ
การเลือกธุรกิจหรือกิจการนั้น
ก่อนนั้นเราต้องเข้าใจธุรกิจนั้นก่อนว่าหากินกันยังไง กำไรมาจากไหน ลูกค้าคือใคร
กิจการมีความเสี่ยงจากอะไรบาง
ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าทุกคนอย่างเป็นเจ้าของกิจการ
แต่การเป็นเจ้าของกิจจการนั้นทำได้สองแบบคือ ไปสร้างธุรกิจเอง
กับไปซื้อในตลาดหลักทรัพย์แล้วเป็นเจ้าของรวมกับคนอืนเค้า แต่ ประเด็นคือ
คนที่เป็นเจ้าของกิจการนั้นก็อยากเป็นเจ้ากิจการที่มีกำไรไม่ใช่ขาดทุน จริงไหม
หลักการนั้นไม่ยากแค่เราตั้งเป้าหมายก่อนว่า เจาจะเป็นเจ้าของธุรกิจให้คิดว่าเราต้องเข้าธุรกิจก่อนลงทุน
วิธีการที่ง่ายคือ ลงทุนธุรกิจที่เข้าใจง่าย ตามแบบ ฉบับของ Warren
Buffett เช่น อาหาร ขนม เครื่องดืม ธนาคาร รองเท้า เสื้อผ้า และ
ของที่ใช้ชีวิตประจำวัน เลย
อยากเอาวิธีการดูธุรกิจนั้นมาแชร์กันเนื่องจากผลกำไรของบริษัทเองนั้นก็ไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นธุรกิจที่ดีได้ในระยะยาว
การลงทุนในหุ้นต้องมั่นใจว่าวิกฤติมาธุรกิจเราต้องอยู่รอดได้แต่ไม่เกี่ยวกับราคาหุ้นนะ
มาดูหุ้นตัวแรกกันเลยดีกว่าโดยตัวแรกคือหุ้นธนาคาร
เนื่องจากตอนที่เขียนหนังสือนี้หลายคนกังวลว่าธนาคารจะมีปัญหาหรือไม่เรามาดูกัน
ตัวอย่างแรกคือบริษัทเงินทุนธนชาติ
การดุธุรกิจนั้นเราต้องที่ลักษณะการประกอบธุรกิจ
ในตัวอย่างนี้เป็นธุรกิจการเงินและการธนาคารแบบครบวงจรเหมือนกับธนาคารอื่น
ในส่วนต่อมาคือผลกำไรของธุรกิจรายได้หลักๆมาไหน
จากภาพด้านล่าง รายได้หลักนั้นมาจาก รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลแต่อันนี้เป็นธุรกิจการเงินรายได้หลักๆจริงนั้นมาจากการปล่อยกู้และมีกำไรหรือรายได้จากดอกเบี้ยของการปล่อยกู้
การที่ธนาคารจะแข็งแรงหรือไม่นั้นให้ดูเงินทุนต่อสินทรัพยเสี่ยงและเงินกั้นสำรองในส่วนของหนี้สงสัยจะสูญหรือ
NPL เงินกันสำรองของธนาคารนั้นจะไม่ต่ำกว่า 8.4%
แต่บริษัมมีเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 13.36% ถือว่าผ่าน
และเงินทุนกันหนี้เสียก็มากพอปละผ่านเกณฑ์ของธนาคารกลางของประเทศไทย
มาหุ้นตัวที่สองกันคือธุรกิจกลุ่มอาหาร
ตอนที่เขียนหุ้นตัวนี้พึ่งผ่านวิกฤติโรคกุ้ง EMS ทำให้บริษัทนี้นมีกำไรลดลงอย่างมากโดยเรามาดูกันอย่างแรกมาลักษณะการประกอบธุรกิจตามภาพด้านล่าง
สิ่งที่ดูต่อมาคือยอดขายทั้งหมดและแยกตามธุรกิจจะเห็นได้เด่นชัดว่าธุรกิจทูน่าและกุ้งนั้นเป็นยอดขายหลักที่ทำรายได้ให้กับบริษัทและสั่งต่องระวังในธุรกิจนี้คือ
ภัยธรรมชาติ ฤดูกาล โรค และ ราคาอาหารสัตว์
ต้นทุนขาย และ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเป็นส่วนที่ต้องดูมากเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นตัวหลักที่ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของบริษัทและยังเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการแข่งขันชองบริษัทได้ด้วย
ถ้าบริษัทไหนต้นทุนต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันบรัทนั้นก็สามารถเอาชนะหรือเป็นที่
1 ได้ไม่ยาก
อัตราส่วนต่อมาของกลุ่มอาหารคือ
อัตราหมุนเวียนของลูกหนี้ ต้องอยู่ในระดับต่ำหมายถึงลูกค้าเมื่อรับสินค้าจะต้องจ่ายเงินภายในกี่วันโดยปกติจะต้องไม่เกิน
60 วันถึง 90 วัน ถ้าส่วนหนี้มีสูงจะไม่ดีเนื่องจากสินค้าขายไปแล้วไม่ได้จ่ายเงิน หรือ
สิ้ค้ามีปัญหาหรือไม่ตรงตามสเป็กของที่สั่ง ส่วนอัตราการหมุนเวียนของสินค้านั้นคงเหลือหมายถึงสิ้นค้านั้นมีการคงเหลือมากหรือน้อย
ถ้าอัตราส่วนนี้มีปริมาณน้อยหมายถึงสิ้นค้ามี่ค้างสต๊อกนั้นก็จะลดลงไปด้วย ส่วน Gearing
Ratio กับ อัตราหนี้สิ้นต่อผู้ถือหุ้นต้องอยู่ในระดับต่ำ
ซึ่งจะหมายถึงถ้าส่วนนี้ต่ำก็จะหมายถึงหนี้สิ้นมีน้อยถ้ามีวิกฤติมาก็อาจจะรับมือได้
อัตราส่วนตรงนี้สามารถใช้บางธุรกิจเช่น ค้าปลีกได้ หรือ ส่งออกได้
สิ่งที่ผมกำลังบอกคือการดูปัจจัยพื้นฐานเป็นหลักนะครับ
ความจริงมีเยอะกว่านี้มาก ผมอยากจะเน้นว่า ธุรกิจไหนที่ไม่เข้าใจก็ไม่ควรจะไปลงทุนในธุรกิจนั้นเนื่องจากถ้าเราไม่เข้าแล้วเวลาบริษัทขาดทุนแล้วหุ้นลงมาแบบดิ่งเหวก็ไม่มีใครรับผิดชอบได้นอกจากตัวคุณเองและสิ่งที่เสียไปเงินทั้งนั้นครับ
เงินหามายากอย่าให้เงินมันหนีไปจากเราครับทำการให้หนักๆเข้าไว้และหวังวันหนึ่งมันจะเห็นเองครับ
ตอนแรกๆอาจจะยากพอไปเรื่อยๆก็ชำนาญเองที่สำคัญอย่าหยุดกลางคันครั้งแบบว่าอีกนิดเดียวจะเจอขุมทรัพย์แล้วแล้วก็ท้อมาต่อกันเลยอีกตัว
ธุรกิจตัวที่สามทำเกี่ยวกับปิโตเคมีและผลิตภัณฑ์จากปิโตเคมี
จะเห็นได้ว่าธุรกิจนี้มีผลกำไรจากผลิตภัณฑ์จากปิโตเลียมเป็นหลักซึ่งโดยส่วนนั้นจะได้ในรูปของค่าการกลั่นจากน้ำมันดิบไปสู่น้ำมันสำเร็จรูปและจะมีความผันผวนเวลาน้ำมันขึ้นหรือลงซึ่งควบคุมยากมากสัดส่วนภายในประเทศเป็นหลักหมายถึงว่าถ้าเศรษฐกิจในประเทศแย่ก็จะแย่ตามไปด้วย
แต่ยังมีการส่งช่วยได้แต่
แต่ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดีอาจจะให้ผลกำไรบริษัทลดลงได้เช่นกัน เนื่องุรกิจนี้ได้ผลกระทบเป็นอันดับแรกที่เสี่ยงที่สุด
เนื่องจากราคาน้ำมันดิบนั้นจะปัจจัยสำคัญในการทำให้บริษัทนั้นกำไรหรือขาดทุนได้
และใน ปี 2011 นั้นบริษัทได้ขาดทุนเนื่องจากมีปิดซ่อมบำรุงโรงงานทุกโรงงาน
และ มีผลขาดทุนจากการทำ Crude
Hedging US$6/บาร์เรล และขาดทุนจาก Fx อีกราว 100
ล้านบาท










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น