วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ทำไมถึงต้องลงทุน

 ทำไมถึงต้องลงทุน

จากความเดิมตอนที่แล้ว กล่าวไปถึงแก่นแท้และความเข้าใจในการลงทุน คราวนี้เรามาดูกันสิว่า
มีเหตุผลอะไรบ้างที่เราต้องลงทุน สาเหตุที่เราต้องลงทุนนั้นมีอยู่ไม่ 5 ข้อใหญ่ๆครับ

  1. เงินเฟ้อครับ ใช้ครับเงินเฟ้อนั้นจะทำให้มูลค่าของเงินเรานั้นลดลงในอัตราที่เร่งตัวขึ้นมากขึ้นเช่นเมื่อก่อนก๋วยเตี๋ยวแต่ก่อน 15 บาทตอนนี้ 30-40 บาท หมายถึงเงินเฟ้อนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากนั้นตำมากไม่ถึง 1% เลยด้วย แถมเงินเฟ้อจริงนั้นใช้ตามที่ธนาคารประกาศเปล่าเช่นปีนี้เงินเฟ้อ 4% แล้วเฉาก๋วยปีนี้ราคา 10 บาท ปีหน้าขึ้นเป็น 10.4 บาทหรือเปล่า ไม่ใช่จริงไหมครับเวลาเค้าขึ้นทีหนึ่งเนี่ยเค้าขึ้น 5 บาท 50% นี้คือเงินเฟ้อจริงๆที่เกิดขึ้น เงินที่เราเก็บไว้ในธนาคารนั้นมูลค่ามันจะลดลงเรื่อยๆครับ เงินเฟ้อนั้นน่ากลัวมากจริงไหมครับ เหมือนมีคนมาขโมยเงินเราไปเรื่อย ขโมยถูกวัน แถมไม่มีวันหยุดด้วย วิธีคือต้องลงทุนครับ
  2. ทั่วโลกกำลังพิมพ์เงินอย่างบ้าคลั่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ไปทั่วโลกที่เรียกว่า  Asset Inflation คือมูลค่าของสินทรัพย์นั้นราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถ้าเงินออกมูลค่าของ Asset ส่วนใหญ่จะลงแต่ ทีดิน หรือ หุ้นพื้นฐานดี ราคาจะไม่ค่อยลงหรือลงก็ลงไม่มากหรือลงไปแล้วสุดท้ายก็กลับมาที่เดิม การพิมพ์เงินนั้นก็ให้เกิดเงินเฟ้ออย่างมหาศาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สุดท้ายคือต้องลงทุนครับ
  3. ถ้าอยากรวยอย่างมั่นคงนั้นต้องลงทุนนะครับ หลายคนมากที่ลงทุนในหุ้นแบบระยะยาวนั้นมีเงินใช้อย่างสบายจากเงินปันผล เช่น ถ้าใครชื้อ PTT ตอน IPO 35 สัก 20,000 หุ้น ตอนนี้คุณมีเงินใช้ปีละ 360,000 บาท เท่ากับมีเงินใช้เดือนใช้เดือนละ 30,000 ฟรีๆแบบไม่ต้องทำงาน ถ้าเงิน 700,000 ตอนนั้นกลายเป็นเงิน 6 ล้าน โอ้วแม่เจ้ามีแต่ได้กับได้
  4. รายได้จากการทำงานประจำนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นตามค่าใช้จ่ายที่กำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วการที่รัฐบาลต่างๆนั้นได้เพิ่มค่าแรงขั้นตำนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนรวยขึ้นเพราะราคาข้าวของได้แพงขึ้นไปแซงหน้าไปแล้วทั้งค่าไฟ คำอาหาร ค่าสินค้าอุปโภค ได้ปรับตัวสูงขึ้น
  5. จากการสำรวจที่สหรัฐอเมริการพบว่า การที่สัดส่วนความรำรวยจาก 400 คนนั้นแบ่งได้ดั้งนี้
    9% เป็นลูกจ้าง
    7% ได้ดอกเบี้ย
    13% ได้เงินปันผล
    20% เป็นเจ้าของกิจการหรือร่วมหุ้นทำกิจการ
    46% ได้กำไรในการลงทุนในหลักทรัพย์
    หมายถึงถ้าเราเป็นลูกจ้างแล้วจะรำรวยได้นั้นมีโอกาสแค่ 9% เอง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น