วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Asset หรือ สินทรัพย์


Asset หรือ สินทรัพย์
ก่อนอื่นที่เราจะลงทุนนั้นเราต้องเข้าใจว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงแต่เราเองสามารถจำกัดและควบคุมความเสี่ยงด้วยการศึกษาและเข้าใจสินทรัพย์แต่ละประเภทว่ามีอะไรบ้างก่อนการลงทุนเนื่องจากการลงทุนแต่ล่ะสินทรัพย์ไม่เท่ากันบางสินทรัพย์มีราคาพื้นฐานของมันแต่บางตัวก็ไม่มี เอ๋ แปลกไหมครับ ไม่มีราคาพื้นฐาน แล้วราคาที่เราซื้อขายกันอยู่ราคานี่มันมาได้ยังไงกัน มันมาจากการเก็งกำไรครับ ซึ่งจะพูดแบบให้รู้กันไปเลยครับว่ามันเป็นยังไง มาทำความรู้จักกับสินทรัพย์แต่ล่ะตัวกันดีกว่า

1       เงินฝาก เป็นการลงทุนในการฝากเงินกับสถาบันการเงินและการให้ดอกเบี้ยตามปกติ ในสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำนั้นจะทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากเข้าใกล้ 0% มากขึ้น บางประเทศใช้ดอกเบี้ยติดลบก็มี (ช่วงกลางปี 2014 ECB ใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ)

2       กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากในระดับหนึ่ง ซึ่งเงินที่ลงในกองทุนรวมนั้นจะเอาไปลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาล อายุไม่เงิน 180 รวมไปถึงการปล่อยกู้ของ interbank ด้วย

3       ตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาล เป็นการลงทุนในลักษณะการเป็นเจ้าหนี้ โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดโดยทั่วไปจะระบุไว้ในตราสารหนี้อย่างขัดเจน ซึ่งผู้ออกตราสารหนี้นนั้นส่วนใหญ่จะเป็น บริษัทเอกชน แบงค์หรือรัฐบาล ราคาของตราสารนั้นจะขึ้นลงตามสภาวะดอกเบี้ย ถ้าดอกเบี้ยนในประเทศตำก็จะทำให้ ราคาของ ตราสารหนี้นั้นสูงขึ้นในทางกลับกัน  ถ้าในประเทศดอกเบี้นสูง ราคาของตราสารหนี้จะตำ เช่นกัน

4       ตราสารทุนหรือหุ้น เป็นการลงทุนในลักษณะการเป็นเจ้าของโดยคนที่ถือครองตราสารนี้จะเรียกว่าผู้ถือหุ้น ซึ่งสามารถมีสิทธ์เทียบเท่ากันเจ้าของบริษัทและมีโอกาสได้รับเงินปันผลเมื่อบริษัทมีกำไรหรือได้รับส่วนต่างเมือทำการขายออกไปเมือราคาปรับสูงขึ้น แต่ตราสารทุนหรือหุ้นนั้นจะมีความผันผวนสูงมาก ซึ่งอาจจะทำให้บางคนนั้นสามารถขาดทุนได้

5       สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นกลุ่มสินทรัพย์เพื่อการลงทุนประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเป็นวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตสินค้าและบริการสำหรับการอุปโภคบริโภคได้ทองคำ นำมัน ซึ่งสินทรัพย์พวกนี้ใช้การเก็งกำไรส่วนใหญ่ ทองคำนั้นส่วนใหญ่ใช้ในการ Hedge เงินเฟ้อ คือ ถ้าเงินเฟ้อเกิดขึ่นมาก ทองคำนั้นจะใช้ในการรักษามูลค่าไม่ให้ลดลงไปเมือเงินเฟ้อมา นำมันและอื่นๆใช้ในการเก็งกำไรจากส่วนต่างเท่านั้น

สินทรัพย์แต่ล่ะตัวนั้นล้วนแต่มีมูลค่าในตัวมันเอง ยกเว้น  สินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งไม่มีราคาพื้นฐานที่แท้จริง ไม่สามารถวัดได้ ราคาที่เราซึ่งขายกันนั้นมาจากการเก็งกำไรล้วนๆทั้งสิ้น ถ้าใครจำได้ตอนที่ทองขึ้นมาเยอะๆทุกคนแห่กันไปซื้อทองคำ ถามจริงเถอะ ซื้อกันเข้าไปได้ยัง เราเป็นธนาคารเหรอทำไมถือทองคำกันมากมายขนาดนั้น แต่สภาวะตอนนั้นคือทุกคนติดใจเหมือนยาเสพติด กำไรกันทั่วหน้า แต่พอตกลงมาก็หนีกันไม่ทัน แต่ หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ นั้นมีมูลค่าที่แท้จริงอยู่แล้ว ถ้าเป็นหุ้นจะสามารถวัดได้จากมูลค่าของกิจการในบริษัท  พันธบัตรและหุ้นกู้ก็สามารถวัดจากมูลค่าหน้าตั๋ว
ในตลาดการเงินยังมีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ Derivative หรือ สัญญาการชื่อขายตามตลาดโดยจะแบ่งสัญญาออกเป็น 4 แบบ คือ Forward, Future, Option, Swap สิ่งเราให้ตวามสนใจคือ Future ครับ เนื่องจากตลาดการเงินนั้นจะให้วางเงินหลักประกัน 10% ของราคาสินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้นการได้กำไรหรือขาดทุนเหมือนลง 100% พูดง่ายๆคือ 1:10 แล้วถ้าในตลาด FX หรือ Currency Exchange  อัตราส่วน 1:100 ครับ โหดมากกว่าเดิมอีก ถ้าค่าเงินขึ้นลง 1% มีโอกาสที่จะกำรือขาดทุน 100% เช่นกัน  ความจริงแล้วเนี่ย Derivative ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงและสามารถทำกำไรได้จากขาขึ้นและลงในกรณีที่เรามีสินทรัพย์อยู่แล้วไม่อยากขายและราคานั้นได้ขึ่นไปเรื่อยๆ เราก็ไปชื้อสัญญาขาขึ้นในกรณีเดียวกันถ้าราคาลดลงลงแล้วเราไม่อยากขายเราก็สามารถชื้อสัญญาขาลงได้เช่นกัน แต่คนส่วนใหญ่เอาไปเก็งกำไรแบบรายวันซึ่งสุดท้ายก้เจ็งอยู่ดี เนื่องจากตลาดนั้นเราไม่สามารถเดาได้เลยว่าขึ้นหรือลงและต้องมาเดาทุกวันเพราะเล่นเก็งกำไรรายวันแบบนี้เจ็งแน่นอนครับถ้าเราสามารถเดาได้ว่าวันนี้ตลาดขึ้นหรือลง คงไม้ต้องนั่งทำงานล่ะครับไปเล่นหุ้นดีกว่า
การลงทุนที่ถูกต้องนั้นเราต้องเข้าใจถึงสินทรัพย์เพื่อเราจะได้ปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมได้ และ เราสามารถ จำกัดความเสี่ยงการขาดทุนได้ด้วยเนื่องจากการที่เราเข้าใจว่ามันคืออะไรมันทำอะไรได้จะทำให้เราเองนั้น อาจจะลงทุนสิ่งที่เหมาะกับเราและอาจจะให้เราประสบความสำเร็จด้านการลงทุนได้ เชื่อไหมครับว่าผมเองนั้นไม่ถือทองคำไว้ใน port ผมเลยเพราะผมไม่ชอบและเสี่ยงกับ Asset ที่ไม่มีมูลค่าพื้นฐานที่แท้จริง แต่ผมชอบหุ้นมากกว่าโดยเฉพาะหุ้นพื้นฐานดีและมันสามารถตีมูลค่าจากกิจการได้ ผ่านมา 5 ปี ผมกำไรแต่ผมยังไม่ขาย เอ๋ ชื้อแล้วไม่ขายจะได้เงินกันยังไงกำไรมาจากไหน กำไรผมมาจากปันผลครับ หุ้นที่ผมถือมีปันผลครับเลือกหุ้นให้ปันผลสูง ซึ่งปันผลคือ Cash Flow ที่ผมได้ทุกปีโดยไม่ต้องทำอะไรเลยแค่ถือหุ้นเฉยๆ ขณะเดียวถ้าผมถือทองผมแทบไม่ได้กำไรเลยถ้าถือยาวและต้องมานั่งจับจังหวะเข้าและออก cash flow ผมก็ไม่มี เห็นไหมครับแค่เลือกให้ถูกต้องก็กำไรได้แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น