วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความลับการลงทุน


ความลับการลงทุน

        เนื่องจากที่ผ่านมานั้น การลงทุนนั้นต้องอาศัยมุมมองมากกว่า 1 มิติ ไม่ใช่แค่เลือกหุ้นถูกตัวแล้วก็ได้กำไร การลงทุนจริงนั้นต้องอาศัยการบริหารต่างๆด้วย ซึ่งผมขอแยกเป็นสามส่วนได้ดังนี้
  1. การจัดการ Portfolio
  2. การจัด Asset Allocation
  3. การจัดสรรเงินลงทุน หรือ Money Management
  4. หลักการในการลงทุน
        ส่วนแรก การจัดการ Portfolio ของการลงทุนนั้น บางคนอาจจะถามว่า Portfolio ผมเล็กจะจัดไปทำไม การจะมี Port เล็กหรือใหญ่นั้นไม่สำคัญ ยิ่ง port เล็กต้องยิ่งจัด เพราะสามารถลดโอกาสการขาดทุนได้ คนส่วนใหญ่พอ Port เล็กเสี่ยงเต็มที่เพื่อให้ Port โตก่อน ใครคิดแบบนี้ระวังนะครับ ผมเองก็เคย Port เล็กมาก ตอนนั้นเล่น Day Trade แล้วปรากฎว่าเจ็งครับ Cut Loss ไปที่ - 20% การจัด Portfolio เองนั้นต้องแบ่งดังนี้ครับ
  • ส่วนแรกการลงทุนระยะยางเพื่อสร้าง Cash Flow ให้กับเรา
  • ส่วนที่สอง เล่นเก็งกำไร เพื่อให้ port โตไปพร้อมๆกัน
 โดยทั่วไปจะจัดการลงทุนในส่วนแรกและส่วนที่สองเป็น 70:30 หรือ 80:20 ซึ่งสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมของการลงทุนแต่ละคนไป การทำแบบนี้จะช่วยลดการขาดทุนลงไปได้

http://economictimes.indiatimes.com/photo/18640728.cms



        ส่วนที่สอง Asset Allocation เนื่องจากการลงทุนแบบ Asset Allocation นั้นนอกจากจะลดความเสี่ยงจากความผันผวนได้แล้ว ยัง สามารถ สร้าง Multiple Income ได้ด้วยซึ่งสามารถสร้าง Cash Flow ได้มากกว่า 1 ครั้งในรอบปีหรือปันผลมากกว่า 1 ครั้งนั้นเอง การลงทุนนั้นต้องขนะอัตราเงินเฟ้อด้วยนะครับโดยทั้วไปแล้วเงินเฟ้อของประเทศเราอยู่ที่ 3% โดยเราสามารถแบ่งหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ตามนี้ครับ
  1. หุ้นปันผลสูงและ Low Beta
  2. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่ลงทุนใน นิคมและคลังสินค้า           
  3. หุ้นพื้นฐานดีและมีปันผล (*แนะนำให้เก็บเมือราคาอ่อนตัว)



หุ้น Low Beta คืออะไร หุ้นแต่ละตัวนั้นจะมีค่า Beta ที่ไม่เท่ากัน ค่า Beta นั้นจะเป็นตัวชีวัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหลักทรัพย์และดัชนี โดยค่า Beta นั้นจะมีทั้งหมดสี่รูปแบบ
  • หุ้นที่มีค่า Beta > 1 หมายความว่าราคาหุ้นตัวนี้สามารถที่จะขึ้นหรือลงได้มากกว่าดัชนีหลักทรัพย์
  • หุ้นที่มีค่า Beta 0.6 - 1.0 หมายความว่าราคาหุ้นตัวนี้สามารถที่จะขึ้นหรือลงได้เท่ากับดัชนีหลักทรัพย์
  • หุ้นที่มีค่า Beta 0.0 - 0.6 หมายความว่าราคาหุ้นตัวนี้สามารถที่จะขึ้นหรือลงได้น้อยกว่าดัชนีหลักทรัพย์
  • หุ้นที่มีค่า Beta < 0 หรือ ติดลบ หมายความว่าราคาหุ้นตัวนี้สามารถที่จะขึ้นหรือลงได้โดยผกผันกับดัชนีหลักทรัพย์
ส่วนการลงทุนในตัวไหนสัดส่วนเท่าไรสามารถจัดได้ตามใจชอบได้เลยครับโดยส่วนตัวผมเองแล้วจะลงทุนในรูปแบบ 30% : 50% : 20%

http://www.forexschoolonline.com/wp-content/uploads/2013/07/money-management.png


        ส่วนที่สาม Money Management ในส่วนนี้หลายคงคงรู้จักดี แต่เรื่องการจัดการเงินนี้ โดยหลักแล้วคือการถือเงินไว้ใน Portfolio เพื่อทำการสำรองไว้ในกรณีที่ต้องการซื้อหลักทรัพย์เพิ่มเติม โดยทั่วไปจะอยู่ในระหว่าง 5-20% ของ Portfolio

        ส่วนที่สี่หลักการในการลงทุน เราต้องมีหลักการในการลงทุนเพื่อจัดทำแผนในการเข้าลงทุนเช่น เราจะชื้อเมือราคาตำ่กว่าต้นทุนหรือ ถ้าลงไป 10% เราจะชื้อเพิ่มเป็นต้นในส่วนตัวของผมจะมีหลักง่ายคือ การลงทุนเน้นคุณค่า และ การใช้ จิตวิทยาการลงทุนเข้ามาช่วยด้วยเพื่อทำเราสามารถชื้อหุ้นหรือ Asset ได้ในราคาที่ถูก ใครจำได้ช่วงมีม๊อบปิดสนามบินหุ้น AOT ลงไป 16 ตอนนี้ 200-300 กำไรกี่เด้งปันผล 3-5 ปีก็คืนทุนแล้ว

         การลงทุนนั้นไม่ยากครับ แต่ต้องมองหลายมุมด้วยนอกจากการเลือกหุ้น และ เราควรมีเป้าหมายด้วยครับว่าปีนี้จะเอาปันผลหรือ Return เท่าไร ซึ่งเวลาผมชื้อหุ้นนั้นผมจะมองที่ Dividend ให้เท่าไรพอใจที่ราคานี้ไหม และ จะไม่ขายจนกว่าจะมีอะไรมากระทบจนพื้นฐานเปลี่ยน และ จะไม่มองราคาอีกเลยหลังจากที่ซื้อแล้ว จาก ปีแรกลงทุนได้ปันผลมา 54 บาท ตอนนี้ได้เยอะอยู่เหมือนกัน โดยอาศัยเงินตัวเองล้วนๆครับ ไม่มีเงินคนอื่นเลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น